ระบบการคมนาคมของไทยในปัจจุบัน

เรื่องระบบการขนส่งของประเทศไทยในยุคปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาก้าวหน้าไปมากกว่าเดิมค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามแม้ว่าระบบการคมนาคมของประเทศไทยจะพัฒนาไปมากขึ้นแต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือเรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อยยังเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขกันต่อไป การขนส่งแต่ละประเภทยังไม่มีความโดดเด่นมากพอเพราะยังไม่ได้มีความครอบคลุมทั่วพื้นที่ อย่างไรก็ตามลองมาทำความรู้จักกับระบบคมนาคมของประเทศไทยในขณะนี้ว่ามีระบบการคมนาคมแบบไหนกันบ้าง ระบบการคมนาคมในปัจจุบันของประเทศไทย ระบบราง รถไฟโดยการรถไฟแห่งประเทศไทยมีการเปิดให้บริการการเดินรถระยะทางทั้งสิ้น 4,070 กม. รางขนาด 1 เมตร เป็นทางคู่ 63 กม. และทางสาม 106.10 กม. ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน กรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองเดียวในประเทศไทยที่มีรถไฟฟ้าครบทั้ง 3 ประเภทประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้ามหานคร และรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในขณะนี้กำลังมีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าต่างๆ เพิ่มเติมอีกมากมายเพื่อคาดหวังว่าจะให้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวมถึงในอนาคตอาจมีการขายออกไปยังต่างจังหวัดด้วย ระบบถนน จะมีการขนส่งและโดยสารทางถนนผ่านทางเชื่อมต่อต่างๆ ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นถนน, ตรอก, ซอย, ทางหลวง, ทางหลวงพิเศษและทางพิเศษ ซึ่งหากจะว่ากันถึงระบบคมนาคมทางถนนนี้ถ้าเป็นการขนส่งสาธารณะจะประกอบไปด้วยรถประจำทาง, รถราง, รับรับจ้างต่างๆ เช่น รถแท็กซี่, รถสามล้อ, รถจักรยานยนต์รับจ้าง แต่ถ้าหากเป็นการคมนาคมทางถนนทั่วไปก็มีได้หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง, รถตู้, รถกระบะ, รถบรรทุก, รถจักรยานยนต์, จักรยาน เป็นต้น การคมนาคมทางอากาศ ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนท่าอากาศยานภายในประเทศทั้งสิ้น 106 แห่ง นอกจากนี้ยังมีท่าเฮลิคอปเตอร์ที่ได้รับการรับรองอีก 17 แห่ง โดยท่าอากาศยานหลักๆ ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีเช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, …

รถไฟการขนส่งในประเทศอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของคนไทย

หากใครกำลังมองหาทางเลือกในการขนส่งที่ประหยัดแนะนำให้เลือกการขนส่งทางด้านรถไฟที่มีอัตราการขนส่งที่น้อย อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษให้กับโลกน้อยกว่าการขนส่งทางรถ แต่การขนส่งทางรถไฟนั้น โดยส่วนมากจะเป็นสิ้นค้าประเภทที่มีน้ำหนักมากมูลค้าไม่สูง ถ้าเทียมน้ำหนักแล้วกับการขนส่งทางอื่นถือว่าทางเลือกของรถไฟเหมาะสมกว่า ยกตัวอย่าง สิ้นค้าที่ขนส่งทางรถไฟ ข้าว , ถ่านหิน , ปูน , ปิโตรเลียม เป็นต้น การขนส่งทางรถไฟมีให้เลือกหลายประเภท เช่นรถตู้บรรทุกสิ้นค้า รถไฟบรรทุกน้ำมันแก๊ส สุดท้ายการขนส่งโดยผ่านการบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ถ้าเป็นการเดินทางในประเทศโดยสิ้นทางไกล ส่วนมากนิยมการขนส่งทางรถไฟ แต่ข้อเสียของการขนส่งรถไฟก็ คือ เรื่องขอเวลา ที่ต้องมีการเปลี่ยนราง และขบวนตู้รถไฟที่มีจำกัด บางครั้งไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประเทศไทยมีทางรถไฟ ยาวถึง 4,180 กิโลเมตร ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับ 46 จังหวัดทั่วประเทศ โดยวิ่งจากเหนือถึงใต้ จากเชียงใหม่ ไปจนถึงสิ้นสุดที่ภาคใต้จังหวัดนราธิวาส  หลักๆของทางรถไฟมีอยู่ 3 ประเภท  ทางคู่ ทางเดียว และทางสาม ทางเดียวเป็นเส้นทางที่มีความยาวที่สุด ระยะทางถึง 3,901 กิโลเมตร ความยาวของเส้นทางทั้งหมดคิดเป็น 93 ของความยาวของเส้นทาง ทางคู่เป็นทางที่มีความยาวน้อยรองลงมาจากทางเดียวโดยคิดเป็นระยะทางถึง 220 กิโลเมตร คิดเป็นความยาวของเส้นทางทั้งหมดคือ 5.3 ทางที่สามซึ่งจะมีความยาวน้อยที่สุดเพราะไม่ได้ใช้งานมากมีระยะทาง 59 กิโลเมตร หรือคิดเป็นเส้นทางทั้งหมด 1.4 …

การขนส่งทางรถไฟอุ่นใจราคาแสนถูก

รถไฟไม่ใช่เป็นเพียงระบบขนส่งมวลชนเพียงนั้น แต่รถไฟยังมีระบบโลจิดติกให้ใช้บริการอีกด้วย เราสามารถที่จะไปแจ้งความจำนงกับสถานีรถไฟทั่วประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการขนย้ายรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของบริโภคต่างๆ ก็สามารถทำได้ ที่สำคัญที่สุดก็คือทำให้ประหยัดเงินในการขนส่งได้เยอะเลยทีเดียว ถ้าเทียบกับไปรษณีย์ไทยและบริษัทโลจิสติกอื่นๆ โดยจะมีราคาต่างกันครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว แต่การรับของจะแตกต่างกันตรงที่ว่าถ้าเราขนส่งทางรถไฟเราจะต้องเป็นไปรับเองถึงสถานีรถไฟ แต่ไปรษณีย์หรือลอจิสติกเจ้าอื่นจะสามารถส่งของให้เราถึงที่บ้านได้เลย แต่ถ้าบางคนส่งของใกล้ๆ แนะนำให้ใช้การส่งทางรถยนต์ดีกว่าครับ จะช่วยให้เราประหยัดขึ้นอีกมากเลยครับ ข้อดีของการจัดส่งของทางรถไฟ ประหยัดเงินของเราได้มากขึ้น ถ้ายิ่งส่งของเยอะๆ ก็ช่วยให้คุณประหยัดเงินขึ้นไปอีกเยอะมาก ได้รับสินค้าแน่นอนและสินค้าที่ส่งจะไม่ชำรุด สามารถรู้เวลาส่งและเวลารับของได้ ช่วยลดปัญหาการจราจรติขัดบนท้องถนนได้และยังลดมลพิษให้กับอากาศได้เป็นอย่างดี ข้อเสียของการจัดส่งของทางรถไฟ การส่งขนส่งมีเวลาไม่แน่นอน เพราะขบวนรถไฟในการขนส่งสินค้าไม่เพียงพอจึงต้องย้ายของไปมา รถไฟอาจมีการเสียเวลาหรือชำรุดได้ จึงทำให้ของมาถึงที่สถานีล้าช้า การนำของไปส่งที่สถานีรถไฟ ต้องไปถึงสถานีรถไฟเพื่อส่งของ ซึ่งการขนส่งทางรถไฟไม่ได้มีแต่ส่งของเฉพาะส่วนของบุคคลได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถขนส่ง ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซ ปูนซีเมนต์ ข้าว น้ำตาลและตู้คอนเทนเนอร์ได้อีกด้วย ถ้าไปใช้ขนส่งมวลชนทางรถไฟบ่อยๆ ระหว่างที่รอรถไฟขบวนที่เราจะเดินทางนั้น เราจะเห็นได้ว่ามีรถไฟบรรทุกน้ำมัน วิ่งผ่านสถานีไปด้วย